กรอบแว่น

EYEWEAR SELECTIONS

HIGH QUALITY BRANDNAME EYEWEARS

brand
brand
brand
brand
brand
brand
brand
brand
brand
brand
brand
brand
แว่นกรองแสงคอมพิวเตอร์

แว่นกรองแสงคอมพิวเตอร์ จำเป็นแค่ไหน? เจาะลึก "Office Lens" ตัวช่วยลดตาล้าที่คนทำงานต้องรู้


23/Mar/2026
23/Mar/2026 12:00 PM

นั่งทำงานหน้าคอมทีไร ปวดกระบอกตา ล้าจนอยากหลับตาหนีทุกที... ใครกำลังเป็นแบบนี้อยู่บ้าง? เชื่อว่าชาวออฟฟิศหลายคนน่าจะคุ้นเคยกับอาการปวดตา หรือบางทีก็ลามไปปวดหัวจนแทบจะทำงานต่อไม่ไหว หลายคนพยายามแก้ปัญหาด้วยการหรี่แสงหน้าจอ พยายามลุกไปพักสายตา หรือแม้แต่ไปตัดแว่นมาใหม่ แต่ทำไมอาการกวนใจพวกนี้ถึงยังไม่ยอมหายขาดเสียที?

จริง ๆ แล้วต้นตอของปัญหาอาจจะมาจากการที่เราเลือกใช้ "เลนส์แว่นตา" ไม่ตอบโจทย์กับพฤติกรรมการทำงานอยู่ก็เป็นได้ หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อแว่นกรองแสงสีฟ้ากันมาบ้าง แต่วันนี้เราอยากจะพามาทำความรู้จักกับไอเทมลับที่คนวัยทำงานควรมีติดตัวไว้ นั่นก็คือ "Office Lens" หรือแว่นคอมพิวเตอร์เฉพาะทางนั่นเอง

แล้วมันต่างจากแว่นกรองแสงทั่วไปยังไง? มีความจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องตัดแยกอีกอัน? บทความนี้จะมาย่อยข้อมูลให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน อ่านจบแล้วคุณจะรู้เลยว่าทำไมการลงทุนกับแว่นดี ๆ สักอัน ถึงคุ้มค่ากับสุขภาพดวงตาของเราในระยะยาว


อาการ "Computer Vision Syndrome" (CVS) ภัยเงียบชาวออฟฟิศ

เคยสังเกตตัวเองไหมเวลาที่เราพิมพ์งานหรือจ้องจอคอมพิวเตอร์แบบมีสมาธิจัด ๆ เรามักจะเผลอลืมกะพริบตาโดยไม่รู้ตัว พฤติกรรมนี้แหละคือจุดเริ่มต้นของอาการ Computer Vision Syndrome (CVS) ซึ่งเกิดจากการใช้งานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ และไม่มีการพักสายตา เมื่อเรามีสมาธิจดจ่อกับอะไรนาน ๆ ทำให้อัตราการกระพริบตาลดลง ส่งผลให้ไม่มีน้ำตาไปเคลือบผิวกระจกตา ทำให้มีอาการตาแห้ง ตาเบลอ เเสบตาตามมาได้ รวมไปถึงการจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ โดยไม่มีการพักสายตา ทำให้กล้ามเนื้อตาเกิดการหดเกร็ง สิ่งที่ตามมาคืออาการล้าตา ปวดหัว ปวดกระบอกตา


แว่นกรองแสง (Blue Cut) vs แว่นคอมพิวเตอร์ (Office Lens) ต่างกันอย่างไร?

หลายคนยังสับสนและคิดว่ามันคือแว่นตัวเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วเลนส์สองแบบนี้มีจุดประสงค์การใช้งานที่ต่างกันชัดเจน

Blue - light Protection : หรือที่รู้จักในชื่อ สารเคลือบผิวเลนส์ (Coating ) มีหน้าที่ ช่วยกรองแสงสีฟ้าที่มีความยาวคลื่นที่เป็นอันตรายต่อดวงตา แต่จะไม่ใช่การตัดแสงสีฟ้าออกไปทั้งหมด เนื่องจากแสงสีฟ้ายังมีความสำคัญต่อวงจรการหลับตื่นหรือนาฬิกาชีวิตของมนุษย์ หากกรองไม่ให้แสงสีฟ้าผ่านเข้าสู่ตา 100% สิ่งที่ตามมาคือ นาฬิกาชีวิตจะผิดเพี้ยนไป อีกทั้งเลนส์กรองแสงสีฟ้า ยังช่วยลดแสงจ้าจากหน้าจอคอม ส่งผลให้ใส่แล้วสบายตาขึ้นรวมทั้งช่วยยืดระยะเวลาในการใช้สายตาจากหน้าจอคอมได้นานมากขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยทำให้อาการเมื่อยล้าดวงตาลดลงแบบมีนัยสำคัญ

Office Lens (Degressive): เลนส์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานในระยะ 1 ช่วงเเขน แต่ไม่เกิน 2 เมตร โครงสร้างคล้ายเลนส์โปรเกรสซีฟ มีภาพบิดเบือนด้านข้าง Office Lens เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะเป็นเวลานาน ๆ เน้นเอกสารและคอมพิวเตอร์ประมาณ 80% ของเวลาทำงาน แต่ไม่แนะนำให้ใส่เดินหรือขับรถ


แว่นใส่ทำงานหน้าจอ


3 ปัจจัยที่ทำให้ใส่แว่นคอมแล้ว "ไม่หายปวดตา"

อุตส่าห์ไปตัดแว่นมาใหม่ หวังว่าจะนั่งทำงานได้สบายขึ้น แต่ทำไมยังปวดหัวปวดตาเหมือนเดิม? ลองเช็ก 3 สาเหตุนี้ดู บางทีเราอาจจะพลาดจุดเล็ก ๆ เหล่านี้ไป

1.ค่าสายตาผิดปกติ (แม้เพียงเล็กน้อยก็มีผล)

อาการปวดหัวหรือปวดตาจากการใส่แว่นเกิดได้หลายปัจจัย หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ ค่าสายตาที่ถูกต้อง และต่อมาคือ ตำแหน่งจุดโฟกัสของตา Position of wear ของแว่น ค่าสายตาที่ไม่ถูกต้องในที่นี้อาจหมายถึง ค่าสายตาที่มากหรือน้อยเกินไป ส่งผลให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักเกินจำเป็น สิ่งที่ตามมาอย่างเห็นได้ชัดคือ อาการปวดหัว ปวดตา ล้าตา เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ เช่น เหมือนการติดกระดุมเสื้อ หากเราติดกกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรกที่เหลือก็จะผิด

2.อาการแพ้แสงที่ซ่อนอยู่

อาการแพ้แสงหรือมีความไวต่อแสง ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด หรือแสงไฟ รวมไปถึงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ อาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดอาการแพ้เเสงนี้มีหลายสาเหตุด้วยกัน หลัก ๆ เกิดมาจาก พฤติกรรมการใช้สายตาหรือจ้องอะไรนานๆแล้วไม่มีการพักสายตา,โรคทางตา,มีการใช้ยาที่มีส่วนสมของสเตียรอยด์ โดยทั่วไปหากอาการแพ้แสงไม่รุนแรง แนะนำ ทำตามกฎ 20 20 20 คือ ทุก ๆ 20 นาที มองไปไกล ๆ 20 ฟุต เป็นระยะเวลา 20 วินาที เพื่อพักสายตาและให้กล้ามเนื้อตามีการผ่อนคลายมากขึ้น ในขณะเดียวกันสามารถสวมแว่นกันแดดเมื่อต้องออกไปในที่แสงจ้า เพื่อลดอาการไม่สบายตาที่อาจเกิดขึ้นได้

3.จุดโฟกัสตาไม่ตรงกับแว่น (Fitting ไม่พอดี)

อาการปวดหัวหรือปวดตาจากการใส่แว่นเกิดได้หลายปัจจัย ที่รองลงมาจากค่าสายตาที่ถูกต้อง คือ ตำแหน่งจุดโฟกัสของตา รวมไปถึง Position of wear ของแว่น หากตำแหน่งจุดโฟกัสของตา และ Position of wear ของแว่นไม่ถูกต้อง ทำให้ตาไม่ได้มองผ่าน Center เกิด Prism Effect สิ่งที่ตามมาคือ อาการปวดหัว เวียนหัว ไม่สบายตาตอนใส่แว่น


เลือก "ทรงแว่น" สำหรับนั่งทำงานยังไงให้สบายที่สุด?

การนั่งทำงานนาน ๆ ต้องการแว่นที่น้ำหนักเบาและ ใส่สบาย การที่จะมีแว่นที่เบาและใส่สบายนั้น หลักๆสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ การเลือกกรอบแว่นและวัสดุที่สอดคล้องกับค่าสายตา ซึ่งในคนที่มีค่าสายตาเยอะแนะนำให้เลือกกรอบแว่นที่มี ขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป และ รูปทรงมาตรฐาน วัสดุที่เเข็งแรง น้ำหนักเบาและมีความ Flexible เช่น Staindless steel และ Titanium อีกทั้งควรเลือกกรอบแว่นที่มีแป้นจมูก สามารถปรับดัดให้อยู่ในตำแหน่ง Position Of wear หรือตำแหน่งที่ถูกต้องรวมไปถึงสามารถปรับให้เข้ากับรูปหน้าและรูปทรงจมูกได้ ทำให้สวมใส่สบายและช่วยให้มุมมองภาพดีขึ้น


วิธีเลือกทรงแว่น


สรุป ลงทุนกับดวงตา เพื่อประสิทธิภาพการทำงาน

ดวงตาเรามีคู่เดียว ต้องใช้งานกันไปอีกนาน อาการปวดตา ล้าตา จากการนั่งหน้าคอมไม่ใช่เรื่องปกติที่เราต้องทน การเลือกใช้เลนส์ให้ตรงกับพฤติกรรมอย่าง Office Lens ควบคู่ไปกับการเลือกร้านแว่นที่วัดค่าสายตาและจุดโฟกัสได้แม่นยำ รวมถึงมีกรอบแว่นที่ใส่สบาย ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก ๆ เพราะเมื่อตาเราไม่อ่อนล้า สมาธิก็ดีขึ้น ประสิทธิภาพในการทำงานของเราก็จะกลับมาเต็มร้อย

บล็อคที่เพิ่งดูไป

บล็อคล่าสุด

ดูเพิ่มเติม

ติดต่อสอบถาม

02-259-9158