กรอบแว่น

EYEWEAR SELECTIONS

HIGH QUALITY BRANDNAME EYEWEARS

brand
brand
brand
brand
brand
brand
brand
brand
brand
brand
brand
brand
เลนส์โปรเกรสซีฟ

เลนส์โปรเกรสซีฟรุ่นเริ่มต้น vs ท็อปต่างกันยังไง ภาพชัดแค่ไหน


07/Jan/2026
07/Jan/2026 12:00 PM

เลนส์โปรเกรสซีฟ “รุ่นเริ่มต้น” VS “รุ่นท็อป” ต่างกันยังไง? ภาพที่เห็นคุ้มราคาไหม?

ถ้ากำลังเริ่มมีปัญหา “สายตายาวตามวัย” และมองหาตัวช่วยที่ทำให้กลับมามองเห็นชัดได้ทุกระยะโดยไม่ต้องพกแว่นหลายอัน เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lens) คือคำตอบ

เลนส์ชนิดนี้ถูกออกแบบให้ไร้รอยต่อ ไล่ค่าสายตาจากบนลงล่างอย่างนุ่มนวล แบ่งเป็น 3 โซนหลักในเลนส์เดียว คือ ระยะไกล ระยะกลาง และระยะใกล้ ทำให้มองเห็นได้ต่อเนื่องโดยไม่เกิดอาการ “ภาพกระโดด” (Image Jump) เหมือนแว่นสองชั้นสมัยก่อน

แต่คำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยคือ “เลนส์รุ่นเริ่มต้น” ราคาประหยัด กับ “เลนส์รุ่นท็อป” ราคาสูง ภาพที่ได้มันต่างกันขนาดไหน? และปัจจัยเรื่องเลนส์โปรเกรสซีฟ ราคาที่แตกต่างกันนี้ส่งผลต่อการใช้งานจริงอย่างไร? บทความนี้มีคำตอบเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน


1. เทคโนโลยีและการออกแบบโครงสร้างเลนส์ (Lens Design)

ความต่างแรกคือ “ความละเอียด” ในการผลิต เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนการซื้อ “ชุดสำเร็จรูป” กับ “ชุดสั่งตัด”


เลนส์โปรเกรสซีฟ “รุ่นเริ่มต้น” (Basic Design)

เลนส์กลุ่มนี้เน้นความคุ้มค่า โดยใช้การออกแบบแบบ “มาตรฐานกลาง” คือ

  • ใช้ค่าเฉลี่ยของคนทั่วไป: ผู้ผลิตจะกำหนดโครงสร้างและการเปลี่ยนค่าสายตามาให้แล้ว (Fixed Design) ไม่ได้ปรับตามพฤติกรรมเฉพาะบุคคล
  • การขัดเลนส์แบบดั้งเดิม: แม้ปัจจุบันจะเริ่มใช้เทคโนโลยี Free-form บ้างแล้ว แต่ยังเป็นการผลิตแบบ Mass Production ตามค่ามาตรฐาน ทำให้เลนส์โปรเกรสซีฟ ราคาเริ่มต้นนี้เข้าถึงได้ง่ายกว่ารุ่นอื่น ๆ
  • ข้อจำกัด: ไม่สามารถเลือกความกว้างของช่องมองภาพ (Corridor) ได้เอง ทำให้ความยืดหยุ่นในการใช้งานน้อยกว่า

เลนส์โปรเกรสซีฟ “รุ่นท็อป” (Personalized / Advanced Design)

เลนส์กลุ่มนี้คือ “เลนส์สั่งตัดเฉพาะบุคคล” ที่ใช้ซอฟต์แวร์คำนวณและขัดผิวเลนส์ระดับไมครอน เพื่อให้เข้ากับดวงตาและกรอบแว่นที่สุด โดยนำตัวแปรสำคัญมาคำนวณร่วมด้วย เช่น

  • ค่าพารามิเตอร์แว่น: ความโค้งหน้าแว่น, มุมเทของแว่น, ระยะห่างจากตาถึงเลนส์
  • พฤติกรรมผู้ใช้: เน้นขับรถ, เน้นคอมพิวเตอร์ หรืออ่านหนังสือ
  • ผลลัพธ์: สามารถกำหนดโครงสร้างเลนส์และจุดโฟกัสได้แม่นยำ ลดภาพบิดเบือนด้านข้างได้ดีเยี่ยม

การออกแบบเลนส์

2. คุณภาพและมุมมองของภาพ (Visual Quality & Field of View)

ส่วนนี้ส่งผลต่อความรู้สึกในการใช้งานจริงมากที่สุด


มุมมองใน “รุ่นเริ่มต้น”

  • มุมมองจำกัด: พื้นที่คมชัด (Clear Zone) ทั้งระยะไกล-กลาง-ใกล้ จะมีขนาดมาตรฐานตามงบประมาณ
  • ภาพวูบวาบด้านข้างเยอะ: เนื่องจากโครงสร้างเลนส์ยังจัดการกับ Distortion (ภาพบิดเบือน) ได้ไม่ดีนัก ทำให้พื้นที่ด้านข้างซ้าย-ขวาจะมีความเบลอหรือวูบวาบมากกว่า
  • การใช้งาน: เหมาะกับการมองตรง ๆ ไม่เหมาะกับการเหลือบตาไปมาเร็ว ๆ

มุมมองใน “รุ่นท็อป”

  • มุมมองกว้างเต็มตา: ให้พื้นที่ความคมชัด (Sweet Spot) ที่กว้างกว่ามากในทุกระยะ
  • ภาพนิ่งเสถียร: เทคโนโลยีขั้นสูงช่วยเกลี่ยภาพบิดเบือนด้านข้างให้นุ่มนวล ทำให้เวลาหันหน้าหรือเหลือบตา ภาพจะไม่ค่อยวูบวาบ (Swim Effect น้อย)
  • ความคมชัด: ให้รายละเอียดภาพที่สูงกว่า สบายตากว่าแม้ต้องใช้สายตานาน ๆ ถือว่าคุ้มค่ากับเลนส์โปรเกรสซีฟ ราคาสูงที่จ่ายไปแลกกับคุณภาพการมองเห็นระดับพรีเมียม

คุณภาพของโซนการมองเห็นของเลนส์

ความง่ายในการปรับตัว (Adaptation)

หลายคนกังวลเรื่องการใส่เลนส์โปรเกรสซีฟแล้วเวียนหัว ซึ่งรุ่นของเลนส์มีผลโดยตรง

  • รุ่นเริ่มต้น: “ต้องใช้เวลาปรับตัว” เนื่องจากภาพด้านข้างที่มีความบิดเบือนเยอะ ผู้ใส่อาจรู้สึกเวียนหัว พื้นลอย หรือกะระยะลำบากในช่วงแรก ต้องฝึกหันคอแทนการเหลือบตา
  • รุ่นท็อป: “ปรับตัวง่ายและเร็วกว่า” ด้วยมุมมองที่กว้างและการไล่ค่าสายตาที่นุ่มนวล ทำให้รู้สึกเป็นธรรมชาติทันทีที่ใส่ อาการมึนงงน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย

สรุป เลนส์โปรเกรสซีฟ “รุ่นเริ่มต้น” หรือ “รุ่นท็อป” เลือกแบบไหนถึงจะตอบโจทย์?

หากสรุปให้เข้าใจง่ายที่สุด ความแตกต่างของทั้งสองรุ่นคือ “ความอิสระในการมองเห็น” และ “ความสบายตา” ที่จะได้รับ


เลนส์โปรเกรสซีฟ “รุ่นเริ่มต้น” เหมาะกับใคร?

เลนส์กลุ่มนี้คือ ทางเลือกที่เน้นความคุ้มค่า เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด หรือกำลังมองหาเลนส์โปรเกรสซีฟ ราคาไม่แพงมาก เพื่อเริ่มต้นใส่เป็นครั้งแรกและมีค่าสายตาไม่ซับซ้อน

  • สิ่งที่ต้องแลกมา: อาจต้องเจอกับมุมมองที่แคบกว่า และมีภาพวูบวาบด้านข้าง (Distortion) ที่สังเกตเห็นได้ชัด
  • การใช้งาน: ต้องอาศัยการปรับตัวและปรับพฤติกรรมพอสมควร เช่น ต้องหันศีรษะเข้าหาวัตถุแทนการเหลือบตา หากสามารถผ่านช่วงฝึกฝนนี้ไปได้ เลนส์รุ่นนี้ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน

เลนส์โปรเกรสซีฟ “รุ่นท็อป” เหมาะกับใคร?

เลนส์กลุ่มนี้คือการลงทุนเพื่อ “คุณภาพชีวิต” เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบ ใช้สายตาเยอะตลอดทั้งวัน หรือเป็นคนที่ไวต่อภาพวูบวาบ (Sensitive)

  • สิ่งที่จะได้รับ: ความคมชัดที่กว้างเต็มตา ภาพนิ่งเสถียร ไม่โคลงเคลง ทำให้รู้สึกเป็นธรรมชาติเหมือนไม่ได้ใส่แว่น
  • การใช้งาน: ปรับตัวง่ายมาก หรือแทบไม่ต้องปรับตัวเลย ช่วยลดอาการล้าของดวงตา และลดโอกาสเกิดอาการมึนงง เวียนหัว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัวใจสำคัญที่ห้ามมองข้าม!

ไม่ว่าตัดสินใจเลือกเลนส์ “รุ่นเริ่มต้น” หรือ “รุ่นท็อป” สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เลนส์คู่นั้นใช้งานได้จริง คือ “การวัดสายตาที่ละเอียดแม่นยำ” และ “การวางตำแหน่งจุดประกอบ (Fitting)” ให้ตรงกับดวงตาเป๊ะ ๆ

เพราะต่อให้เลือกเลนส์รุ่นที่แพงที่สุดในโลก แต่ถ้าวางตำแหน่งจุดโฟกัสคลาดเคลื่อนเพียงนิดเดียว คุณภาพของเลนส์ก็จะลดลงจนใส่ไม่สบายทันที ดังนั้น ควรเลือกร้านที่มีนักทัศนมาตรหรือผู้เชี่ยวชาญดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป


บทความโดย
ณัฎฐนันท์ สกุลชัยวัฒนา
ทม.562/2566

บล็อคที่เพิ่งดูไป

บล็อคล่าสุด

ดูเพิ่มเติม

ติดต่อสอบถาม

02-259-9158